Support
www.4life4good.com
ปวันรัตน์ (081-562-5177 /088-578-2624)
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
จำนวนครั้งที่เปิดดูสินค้า : 1862 | ความคิดเห็น: 0

น้ำมันปลาBioEFA

 เพิ่มเมื่อ: 2013-09-12 23:37:01.0
 แก้ไขล่าสุด: 2018-11-11 15:58:18.0
 เบอร์โทรติดต่อ: ปวันรัตน์ (081-562-5177 /088-578-2624)
 อีเมลล์: 4life4good@gmail.com

รายละเอียด:
บำรุงสมองและระบบประสาท ลดการอักเสบ ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์,คอเลสเตอรอล
ไม่ระบุราคา

 สินค้าที่เกี่ยวข้อง

สินค้าใหม่"พีบีจีเอสพลัส" แคลเซี่ยม ซีเอ็ม ริโอวิด้า สติ๊กซ์ ไตร-แฟกเตอร์ ฟอร์มูล่า

 

 

 

 

วิธิใช้ รับประทานวันละ 2 แคปซูล พร้อมอาหาร

 
รายละเอียด 
 
การบริโภค กรดไขมันจำเป็น  ทั้ง Omega-3 และ Omega-6 เป็นสิ่งจำเป็น 
 
แต่ต้องสมดุล จึงจะเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ 
 
BioEFA 4Life  ประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็น ทั้งกรดไขมันชนิด omega-3 และ
 
omega-6 .Prostaglandinเป็นสารคล้ายฮอร์โมนอยู่ในกลุ่มEicosanoid เป็นผลที่
 
ได้จากปฏิกิริยาเคมีจากกรดไขมันไม่อิ่มตัว
EPA และ DHA กรดไขมัน Omega 3  ที่สำคัญ
 
 
กรดไขมันที่สำคัญที่สุดในกลุ่ม Omega 3 ได้แก่ EPA (Eicosapentaenic acid )
 
และ DHA ( Docosacexaenoic acid ) ทั้ง EPA และ DHA ต่างมีความจำเป็นต่อ
 
การสร้างและซ่อมแซมเซลล์ รวมทั้งการสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ ร่างกาย
 
ของเราประกอบขึ้นด้วยเซลล์มากมาย ดังนั้น การได้รับสารทั้ง2 ตัวที่กล่าวมาอย่าง
 
ไม่เพียงพอจะส่งผลกระทบต่อทุกส่วนของร่างกาย รวมไปถึงกระดูก เลือด อวัยวะ
 
ผิวหนัง ผม และสุขภาพจิตของเราด้วย
 
ร่างกายของเราต้องการ EPA และ DHA อย่างน้อย 650มิลลิกรัม เพื่อให้ทั้ง
 
ร่างกายและจิตใจทำงานได้ตามปรกติ  ในอดีตที่ผ่านมา EPA ถูกมองว่าเป็นกรด
 
ไขมัน Omega-3 ที่มีความสำคัญมากที่สุดในทางการแพทย์และทางชีววิทยา
 
ส่วน DHA กลับแทบไม่ได้รับการกล่าวถึง เมื่อพูดถึงผลที่ได้จากกรดไขมัน
 
นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า DHA เป็นกรดไขมันที่เป็นองค์ประกอบหลักของ
 
สมองของเรา และเมื่อไม่นานมานี้ ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า EPA และ DHA ไม่เพียง
 
จะอยู่ในเซลล์ไขมัน เซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกาย แต่ยังส่งผลและทำงานใน
 
หลายๆรูปแบบ
   
 
DHA เป็นกรดไขมันสำคัญที่พบในเยื่อหุ้มเซลล์ซึ่งเปรียบได้กับโครงสร้างของ
 
บ้าน โดย DHA เป็นเหมือนวัสดุพื้นฐานที่ผสมในคอนกรีตที่ใช้ในการสร้างบ้าน
 
ถ้าคอนกรีตไม่แข็งแรงพอ ส่วนประกอบต่างๆก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย เช่นเดียว
 
กับประเภทของกรดไขมันที่เราบริโภค จะเป็นตัวกำหนดความแข็งแกร่ง หรือความ
 
อ่อนนุ่มของเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของร่างกาย 
 
DHA ไม่ได้พบแต่ในสมองเท่านั้น แต่ยังพบในหลายๆเซลล์ของร่างกาย ผ่านทาง
 
กระแสเลือด 
 
แต่DHA ส่วนใหญ่จะถูกส่งไปที่สมองเนื่องจากสมองต้องการมากที่สุด เพื่อช่วย
 
ให้สมองทำงานได้อย่างปรกติ ซึ่งทั้ง EPA และ DHA จะออกฤทธิ์ต่างกันออกไป
 
หรือถ้าจะมองแบบง่ายๆ เราอาจกล่าวได้ว่า DHA ทำหน้าที่เป็น โครงสร้าง
 
(Building blocks) ของเยื่อหุ้มเซลล์ ส่วน EPA จะทำหน้าที่เป็นตัวให้พลังงานกับ
 
เซลล์ 
 
ที่มา : หนังสือ Healthy on the inside, Beautiful on the outside
 
  

 
Prostaglandin มี 3 ชนิด
 
PGE1. ลดอักเสบ ปวด บวม ผลิตโดยกรดไขมันGLA (omega-6)
 
PGE2. ทำให้อักเสบ ปวด บวม ผลิตโดยกรดไขมันAA (omega-6)
 
PGE3. ลดอักเสบ ปวด บวม เช่นเดียวกันกับ PGE1 
 
และยังทำหน้าที่ขัดขวางการผลิต PGE2 จากกรดไขมันAA 
 
สำหรับPGE3 ผลิตโดยกรดไขมันEPAจากน้ำมันปลาomega-3 
 
ผลของEicosanoid ชนิด PGE3 จากน้ำมันปลา(EPA) 
 
นอกจากมีส่วนช่วยลดการอักเสบแล้ว ยังมีผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอื่น
 
อีก อาทิเช่น
 
1. ช่วยลดความข้นเหนียว(viscosity)ของเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
 
2. เพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยสลายเส้นใยไฟบริน (Fibrin ถ้าเกาะกันติดจะเป็น
 
ก้อนลิ่มเลือดขัดขวางทำให้เลือดหยุดไหล)
 
3. น้ำมันปลาทำให้เยื่อบุหลอดเลือดคลายตัว
 
Pepping และ Joseph รายงานผลการวิจัยเมื่อ ปี1999   ในวารสารJournal of
 
Health-System Pharmacy ว่า น้ำมันปลา(EPA, DHA)มีบทบาทสำคัญในการ
 
ป้องกันหลอดเลือดโดยเฉพาะที่ไปเลี้ยงหัวใจไม่ให้มีไขมันอุดตัน
 
(Atherosclerosis), โรคหัวใจวาย, โรคซึมเศร้า, โรคมะเร็ง และในการศึกษาทาง
 
ด้านโภชนบำบัดพบว่า กรดไขมันไม่อิ่มตัวในน้ำมันปลาให้ประโยชน์ในการนำไป
 
ร่วมใช้รักษาโรคได้หลายชนิดเช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์(Rheumatoid Arthritis), 
 
โรคเบาหวาน(Diabetes Mellitus), โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ(Colitis) ฯลฯ
 
(จาก American Journal of Clinical Nutrition Vol.71 มกราคม พ.ศ.2543 เรื่อง
 
Important  of n-3 Fatty Acids in Health and Disease โดย Connor และ
 
William) 
 
แบงและไดเบอร์กกับคณะ (Bang HO, Dyeberg J, et. al)  ได้รายงานผลการ
 
วิจัยลงในวารสารทางวิชาการโภชนบำบัดของประเทศสหรัฐอเมริกา (Am. J.
 
Clin Nutr ค.ศ.1975 หน้า 69-73)  เรื่องปริมาณกรดไขมันในเลือดของชาวเอสกิ
 
โมในเกาะกรีนแลนด์ และในค.ศ.1986(11ปีต่อมา) จึงได้สรุป ในเอกสารว่า 
 
กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนโมเลกุลยาว ซึ่งสังเคราะห์มาจากALA ของOmega-3
 
ซึ่งก็คือ EPA และ DHAเป็นตัวช่วยป้องกันการเกิดไขมันอุดตันใน
 
เส้นเลือด(Atherosclerosis) 
 
โครแมน และกรีน (Kroman N และ Green A) ได้ศึกษาทางระบาดวิทยาและ
 
รายงานในการประชุมที่สแกนดิเนเวียว่า ชาวเอสกิโมมีอัตราของการเกิดโรคหัวใจ
 
ต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับชาวเดนมาร์กและชาวอเมริกัน ทั้งๆที่กินอาหารประเภท
 
ไขมันและคอเลสเตอรอลสูงคล้ายคลึงกัน  แต่มีต่างกันก็ตรงสัดส่วนของชนิดไข
 
มันที่บริโภคเท่านั้น (Dyeberg J, et. al) ชาวเดนมาร์กกินกรดไขมันอิ่มตัวเป็น 2
 
เท่า  ของชาวเอสกิโม และกินกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนชนิด n-6 ในปริมาณ
 
มากกว่า n-3 อีกด้วย และชาวเอสกิโมจะบริโภค กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนn-3 ที่
 
มี EPA และ DHA มากถึง10 กรัม/ วัน 
 
แซนเดอกับซัลลิแวน และคณะ (Sanders, Sulivan, et. al) ได้รายงานใน
 
วารสารArteriosclerosis ค.ศ.1985   หน้า 459-465 ว่า น้ำมันปลามีผลดี สามารถ
 
ลดไตรกลีเซอไรด์ ในคนไข้ที่มีปัญหาไตรกลีเซอไรด์สูงในเลือด 
 
(Hypertriglyceridemia) และค่าไขมันชนิดเลวมาก VLDL ที่สูงก็ลดลงด้วยเช่น
 
กัน (Nastel PJ, et.  al J Clin Invest 1984)  แต่ในกรณีที่ไตรกลีเซอไรด์ ใน
 
เลือดอยู่ในระดับปกติ การกินomega-3 ที่เป็นน้ำมันปลา ค่าไตรกลีเซอไรด์ ก็จะ
 
ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  การบริโภค ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา  มีส่วนช่วยลดไขมัน
 
ไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอล
 
ใน ค.ศ.2003 มีเอกสารเผยแพร่ทางวิชาการของสมาคมแพทย์หัวใจอเมริกาได้
 
ชักชวนว่า  ผู้ที่ต้องการมีสุขภาพดี ควรกินกรดไขมันโอเมก้า-3 จากปลาหรือ
 
พืชเพื่อป้องกันโรคหัวใจ  พอจะสรุปได้ว่า ขนาดที่ควรทานและให้ผลดีต่อ
 
สุขภาพหัวใจคือ 1 กรัม  ของกรดไขมันEPA และDHA / วัน
 
ฮาร์ดแมนและคณะได้ทำการวิจัยเรื่อง Omega-3 กับมะเร็ง และเขียนเป็น
 
บทความลงในวารสารมะเร็งทุกปีนับตั้งแต่ปี 1999- 2002 
 
การศึกษาใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นสัตว์ทดลอง ให้กินน้ำมันปลาเป็นอาหารเสริม
 
ผลการศึกษาพบว่า ถ้าให้สัตว์ทดลองที่ทำให้เป็นมะเร็งกินน้ำมันปลา จะทำให้
 
เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตช้าลง การฉีดคีโมเพื่อทำลายเซลล์
 
มะเร็งก็ได้ผลดีกว่าปกติ และลดอาการเนื่องจากพิษมะเร็งและผลข้างเคียงของ
 
การใช้ยาคีโมอีกด้วย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอเมก้า-3ช่วยรักษาอาการผอมแห้ง
 
รุนแรง ซึ่งเรียกว่าCachexiaเนื่องจากมะเร็งลุกลาม
 
(Hardman W.E, et. al., Small Amount of Omega-3 Fatty Acid in the Diet
 
Reduces  the Side-Effect of the Cancer Chemotherapy Drug: British
 
Journal of Cancer. 2002  p983-988)  
 
ลาร์สันและคณะ(Larsson, SC, et al.) จากสถาบันวิจัยKarolinska กรุงสต๊อก
 
โฮล์ม ประเทศสวีเดนใน พ.ศ.2547 ได้รายงานผลการศึกษาเรื่อง น้ำมันปลา
 
ป้องกันมะเร็ง ซึ่งข้อมูล มาจากการวิจัยในหลอดแก้ว ห้องปฎิบัติการ 
 
และจากสัตว์ทดลอง โดยแสดงให้เห็นชัดเจนว่า กรดไขมันOmega-3 (EPA และ
 
DHA  หรือน้ำมันปลา)ช่วยระงับการเจริญเติบโตและแผ่กระจาย(Metastasis) ของ
 
เซลล์มะเร็ง ผลดีของน้ำมันปลานี้จะเห็นได้เด่นชัดเป็นกรณีพิเศษกับโรคมะเร็ง
 
ชนิดเกี่ยวพันกับฮอร์โมน (Hormone-Dependent Cancers) ตัวอย่างเช่น  มะเร็ง
 
ต่อมลูกหมาก, มะเร็งเต้านม ส่วนมะเร็งอย่างอื่นบางชนิดก็ให้ผลดีพอสมควร
 
 
คณะนักวิจัยสวีเดนยังได้พิมพ์บทความเกี่ยวกับบทบาทของน้ำมันปลาที่ทำหน้าที่
 
ต่อต้าน   การก่อตัวของมะเร็ง โดยสรุปว่ากรดไขมันโอเมก้า-3 ป้องกันการเจริญ
 
เติบโตของมะเร็ง ในขณะเดียวกันกรดไขมันโอเมก้า-6 โดยเฉพาะกรดไขมันAA
 
และไอโคซานอยด์ของมันเช่น PGE2 กลับกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งเติบโต
 
(Larsson, SC, et  al. Dietary Long Chain n-3 Fatty Acids for the
 
Prevention of Cancer; American Journal of Clinical Nutrition, Vol 79,
 
June 2004, p 935-945.) 
 
เซลล์มะเร็งเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นโดยการแบ่งตัว (Mitosis)  ตัวการสำคัญตัวหนึ่ง
 
ที่กระตุ้นให้เซลล์มะเร็งแบ่งตัวจนควบคุมไม่ได้ คือเอนไซม์ชื่อ Protein Kinase C
 
ซึ่งกรดไขมันAA  จากโอเมก้า-6 เป็นตัวกระตุ้นให้เอนไซม์นี้ทำงานอีกต่อหนึ่ง จน
 
ถือกันว่า กรดไขมันโอเมก้า-6  คือตัวการที่ทำให้เซลล์มะเร็งแบ่งตัวไม่หยุด
 
(Craven, P.A. and De Rubertis, F.R.: Gastroenterology, 1988, p.675-685)
 
กรดไขมันEPAจากโอเมก้า-3 ทำหน้าที่ตรงข้ามกับกรดไขมันAA คือเป็นตัวห้าม
 
การทำงานของเอนไซม์ Protein Kinase C เลยทำให้เซลล์มะเร็งไม่แบ่งตัว
 
เพราะเอนไซม์หยุดทำงาน
 
 
งานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 1999 โดย Calviello, G, et al. เรื่อง Effect of EPA and
 
DHA Dietary  Supplement on Cell Proliferation and Apoptosis in Rat
 
Colonic Mucosaลงในวารสาร  Lipids โดยยืนยันว่า อาหารเสริมน้ำมันปลายับยั้ง
 
การลุกลามของเซลล์มะเร็งในผนังลำไส้ใหญ่
 
ของหนูทดลอง  โรคมะเร็งระยะสุดท้าย (End Stage Cancer) ทำให้สุขภาพของ
 
ผู้ป่วยทุกรายทรุดโทรมมาก ถ้าใช้การรักษาด้วยเคมีบำบัด จะทำให้ยิ่งอ่อนเพลีย
 
และผอมแห้งยิ่งขึ้น เมื่อเม็ดเลือดขาวต่ำลง ภูมิต้านทานลดลง แล้วผู้ป่วยจะมีชีวิต
 
ยืนไปได้อย่างไร?
 
นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ของประเทศกรีก ได้ศึกษาคนไข้จำนวน 60 คนที่มี  
 
เนื้องอกเป็นก้อนแข็ง โดยแบ่งผู้ป่วย ออกเป็น 2 กลุ่ม ในกลุ่มตัวอย่างให้บริโภค
 
น้ำมันปลา 18 กรัม/ วัน ร่วมด้วยวิตามินอี วันละ 200 มิลลิกรัม และกลุ่มเปรียบ
 
เทียบไม่ให้บริโภคน้ำมันปลา และวิตามินอี
 
ผลการศึกษา สรุปว่าการให้อาหารเสริมน้ำมันปลาผสมวิตามินอี ช่วยให้คนไข้ระยะ
 
สุดท้ายของมะเร็งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผู้วิจัยคาดว่าเป็นเพราะไขมันโอเมก้า-3
 
ขัดขวาง PGE2 จากโอเมก้า-6 ออกมาน้อยลง ทำให้ทุเลาอาการอักเสบ ลดปวด
 
และชะลอการเติบโตของมะเร็ง 
 
\The Researchers conclude that fish oil supplementation arrests weight
 
loss in cancer patients with cachexia. (Gogos, et al.,: Dietary Omega-3
 
PUFAs plus Vitamin E Restore Immunodeficiency  and Prolong Survival
 
for Severely III Patients with Generalized Malignancy; Journal  of
 
Cancer, January 1998, p.395-402) 
 
 
โดยสรุป
 
ผู้ที่บริโภคกรดไขมันโอเมก้า-3เป็นประจำ จะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อ
 
การเกิดโรคมะเร็ง   มีการศึกษาในผู้สูงอายุ  โดยให้กลุ่มตัวอย่างทานปลา
 
ทะเลกือบทุกวัน  พบว่าจะ  ช่วยลดความจำเสื่อม เนื่องจากความชราได้ถึง
 
60 %
 
 
มาติเนซ และคณะนักวิจัย (Martinez M.,et.al) ค.ศ.1998ได้รายงานผลการศึกษา
 
ลงในวารสารNeurology ว่า ความเข้มข้นของกรดไขมันDHAในเนื้อสมองของเด็ก
 
ทารกในท้องแม่จะเพิ่มได้ถึง3-5เท่า ในระยะ3เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ จนถึง
 
เมื่อคลอดออกมาเป็นทารกใน3 เดือนแรก การสะสมกรดไขมันDHAปริมาณสูงใน
 
สมองเช่นนี้  จะมีไปจนกระทั่งเด็กอายุ2 ขวบได้ ถ้ากินนมแม่หรือนมผงสูตร
 
เติมDHA (ซึ่งจะทำให้เด็กฉลาด และมีไอคิวสูง)
 
 
ดร.เกรก โคล (Dr.Greg Cole) อาจารย์ทางประสาทวิทยา มหาวิทยาลัยUCLA
 
ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รายงานผลการศึกษาโรคของคนชรา ในปีค.ศ.2005 เป็น
 
Geriatric Research ลงวารสารทางวิชาการประสาทวิทยาศาสตร์ฉบับ
 
เดือนมีนาคม(The Journal of Neuroscience) โดยวิธีทำให้หนูทดลองเกิดโรค
 
อัลไซเมอร์ ดร.โคลพบว่า กรดไขมันDHAจะป้องกันไม่ให้มีการสะสมBeta-
 
Amyloid protein ในเนื้อสมองซึ่งเชื่อว่าโปรตีนนี้อาจจะเกี่ยวพันกับการเกิดโรคอัล
 
ไซเมอร์  เมื่อดร.โคลให้หนูในกลุ่มทดลองที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์กินอาหารที่
 
อุดมไปด้วยน้ำมันปลาชนิดDHA  ดร.โคลพบว่า ทำให้สมองหนูดังกล่าวปลอดภัย
 
จากโรคได้ เพราะจะไม่มีการสะสม Beta-Amyloid protein ในเนื้อสมอง
 
ดร.โคล สรุปว่า ถ้าผู้สูงอายุทานอาหารที่กรดไขมันDHAน้อยเกินไป จะมีความ
 
เสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดโรคอัลไซเมอร์ 
 
 
มีการศึกษาจากประเทศสเปน รายงานว่า
 
 
การให้อาหารเสริมน้ำมันปลาร่วมกับกรดไขมัน GLA จากโอเมก้า-6 ซึ่งพบได้ในน้ำ
 
 
มันอีฟนิ่งพริมโรส(Evening Primrose Oil) หรือ น้ำมันบอเรจ (Borage Oil) กลับ
 
 
มีผลดีมากต่อการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
 
 
น้ำมันบอเรจจะมีกรดไขมันGLA สูง เข้มข้นกว่าน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส 
 
 
และกรดไขมันGLA จะให้PEG1 ซึ่งเป็นสารคล้ายฮอร์โมนทำหน้าที่เดียวกับPGE3
 
 
 ที่ได้จากกรดไขมันEPA คือลดอาการปวด บวม อักเสบ ดังนั้นการกินกรดไขมัน
 
 
ทั้งสองตัวร่วมกัน (GLA + EPA)  จึงให้ประโยชน์สูงขึ้น
 
 
Conjugated Linoleic Acid (CLA) 
 
 
Possible Mechanisms and Functions- ลดการเพิ่มจำนวนเซลล์, กระตุ้นให้เกิด
 
 
กระบวนการตายของเซลล์; ลดสัดส่วนของ LDL ต่อ HDL คอเลสเตอรอล
 
 
และ สัดส่วนของคอเลสเตอรอลทั้งหมด ต่อ HDL คอเลสเตอรอล ในกระต่าย; ลด
 
 
การเพิ่มจำนวนตัวอ่อนเซลล์ไขมันและพัฒนาไปเป็นเซลล์ไขมัน; ลดการ
 
 
สังเคราะห์กรดไขมัน และไตรกลีเซอไรด์; เพิ่มการใช้พลังงาน, การสลายไขมัน 
 
 
และการออกซิเดชั่นกรดไขมัน (fatty acid oxidation), CLA เป็นที่รับรู้ว่ามันมีคุณ
 
 
สมบัติช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
 
 
 

 
ประโยชน์ของน้ำมันปลา(Omega-3)
 
- เป็นสารอาหารสำคัญของร่างกาย
 
- เป็นส่วนประกอบของเยื่อบุผนังเซลล์
 
- ช่วยลดการอักเสบ
 
- ลดการจับตัวของเกล็ดเลือด/ ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด
 
- ลดไตรกลีเซอไรด์, คอเลสเตอรอล
 
- ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
 
- ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง
 
- เป็นอาหารสมอง 
 
- เป็นโครงสร้างสำคัญในเซลล์เนื้อเยื่อบริเวณจอตา(retina)  ฯลฯ
 
ทำไม?ต้องเป็น BioEFA
 
- ให้กรดไขมันจำเป็นกับร่างกาย
 
- ประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่สำคัญ 5 ชนิด   (EPA, DHA, ALA, GLA และ CLA)
 
- Fish oil ให้ปริมาณEPA + DHA   ในปริมาณที่มากกว่า 
 
- โดยเฉลี่ยcapsule มีขนาดที่เล็กกว่า
 
- มีวิตามินอี เป็นส่วนประกอบ 
 
 
 
 สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อสอบถามได้ที่

 

ปวันรัตน์ Tel. 081-562-5177 /088-578-2624 

 

Line ID : 4life4good 

 

 

 

 

Email : 4life4good@gmail.com

 

 

 

guest
ชื่อ
Email
เบอร์โทรศัพท์

 

 

 

สนใจเข้าร่วมธุรกิจ ติดต่อ ปวันรัตน์ (อู๊ด) 081-562-5177 Line ID : 4life4good